steakkurobuta
ก.ค.. 24.

นุติ [เมืองทองธานี] “พัฒนาการของร้านสเต๊กอันดับ 1 ของเมืองทอง”


ผมตั้งใจจะเขียนถึงร้านนุติตั้งแต่ช่วงเดือนธันวาคมปีที่แล้ว ตั้งแต่ตอนที่รีวิวร้าน EASY STEAK เพราะทั้งสองร้านนี้ ถือเป็นร้านสเต๊กคู่บุญของเมืองทองธานี ที่แย่งชิงความเป็นอันดับ 1 (โดยไม่ได้ตั้งใจ) มาโดยตลอด ทว่าดูเหมือนในระยะเวลาหลายปีที่ผ่านมา ร้านนุติดูเหมือนจะยังเป็นต่อคู่แข่งอยู่ขั้นหนึ่ง ตั้งแต่การเป็นร้านสเต๊กร้านแรกๆ ที่เปิดบริการมาตั้งแต่ พ.ศ.2546 สมัยที่ยังเป็นร้านสเต๊กเล็กๆ สองคูหาตั้งอยู่ในเรือนกระจก และย้ายมาอยู่ฝั่งตรงข้าม มีการขยายคูหาจนเป็นห้าห้อง และเปิดสาขาเพิ่มบริเวณกรมที่ดินและซอยสามัคคี จนกลายเป็นกิจการใหญ่โตเช่นในปัจจุบัน

ความสำเร็จของร้านนุตินั้นเป็นเพราะสเต๊กพริกไทยดำของนุติที่มีรสชาติอร่อยและราคาไม่แพงที่ใครได้ชิมต่างติดใจจนปัจจุบันแตกไลน์เป็นร้านอาหารสไตล์ฟิวชั่นที่มีทั้งสเต๊ก พาสต้า ยำแบบไทย ไปจนถึงน้ำปั่นอร่อยๆ ไว้บริการลูกค้า ซึ่งจะเห็นได้ว่า ร้านนุติมีการปรับปรุงและพัฒนาตัวเองอยู่เสมอ ทุกครั้งที่ไปร้านนุติ จึงอาจจะได้พบเจอเมนูใหม่ๆ การตกแต่งร้านรูปแบบใหม่ๆ แต่ยังอิงโทนสีส้มซึ่งเป็นโทนสีประจำร้าน และโปรโมชั่นใหม่ๆ ที่มีตั้งแต่สะสมแต้มแจกร่ม แจกเสื้อ ไปจนถึงส่วนลดอาหารราคาพิเศษ ซึ่งจะเห็นได้ว่าทางร้านมีการพัฒนาปรับปรุงไปในทางที่ดีอยู่เสมอ ซึ่งในการรีวิวครั้งนี้ เป็นการเก็บข้อมูลจากการรับประทานที่ร้านในช่วงเดือนกรกฎาคม 2555 ซึ่งดุเหมือนว่าทางร้านจะมีการยกเครื่องเมนูครั้งใหญ่กันอีกรอบ แต่รอบนี้มีอะไรที่เซอร์ไพร์สผมอยู่หลายอย่างเหมือนกัน

อย่างแรกก็คือ เมนูจุดขายของทางร้าน คือสเต๊กหมูพริกไทยดำ ทางร้านเปลี่ยนมาเป็นหมูดำ (คุโรบูตะ เป็นหมูที่มีขนสีดำ ไม่ได้มีเนื้อสีดำนะครับ) ซึ่งมีรสชาติอร่อย นุ่มกว่าหมูปรกติ เพราะมีไขมันแทรกอยู่ในชั้นกล้ามเนื้อ แต่ก็ทำให้ราคาสเต๊กหมูพุ่งทะยานไปถึงจานละ 199 บาท(สองชิ้นต่อจาน) จากเดิมที่เคยไม่ถึงร้อย และที่ผมแปลกใจก็คือ ทำไมถึงไม่ขายแบบจานละชิ้นเหมือนเดิม แต่ต้องสั่งจานใหญ่ที่มีสองชิ้นซึ่งผมรู้สึกว่าราคาแพงเกินไปนิดนึง…แต่ถ้ามองในแง่ของรสชาติ ก็ถือว่านุ่มอร่อยสมชื่อนะครับ ทานกับสลัดผลไม้เป็นเครื่องเคียงที่มีรสหวานเปรี้ยวจากส้มเช้งเป็นตัวชูโรง และมันฝรั่งอบที่จัดเรียงอย่างสวยงาม ดูแล้วเป็นเมนูที่อร่อยและหรูหรากว่าเดิมมาก แต่ใจจริงผมอยากได้สเต๊กหมูใส่พริกไทยดำฉ่ำๆ ราคาไม่แพงแบบเดิมมากกว่า แต่ยังไงทางร้านนุติก็ยังมีทางออกให้ลูกค้าอยู่คือมีพอร์คช็อปราคา 99 บาทเอาไว้เป็นทางเลือกสำหรับคนที่อยากทานสเต๊กพริกไทยดำราคาไม่แพง ซึ่งก็ถือว่าราคายังพอรับได้อยู่

จานต่อมาที่ได้ลองชิมคือสปาเก็ตตี้แฟมิลี่ซึ่งเป็นการจัดเมนูเซ็ตระหว่างสปาเก็ตตี้และสเต็กแบบทอดที่มีระดับราคาที่แตกต่างกันไป ผมเลือกสั่งสปาเก็ตตี้ไวท์ซอสคู่กับสเต๊กหมูทอดอบชีสซึ่งเป็นเมนูราคาระดับกลาง (179 บาท) ซึ่งรสชาติก็ถือว่าดีครับ ไวท์ซอสเข้ากันได้ดีกับเส้นที่เหนียวนุ่มและสเต๊กอบชีสหอมกรุ่น เป็นเมนูราคาไม่แพงที่ทานได้คุ้มราคา แต่ก็มีจุดตำหนิเล็กน้อยตรงที่สเต๊กทอดได้แข็งไปหน่อย ถ้านุ่มกว่านี้อีกสักนิดจะเข้ากันกับชีสได้ดีมากๆ แต่ก็ยังถือว่าเป็นเมนูอร่อยที่น่าลองสั่งทานครับ

ส่วนเครื่องเคียงผมเลือกเยอรมันพรีเมียมซอสเซส (4 ชิ้น 129 บาท) เป็นไส้กรอกชิ้นพอดีคำ 4 แบบปรุงให้สุกตามแบบต้นตำรับเยอรมัน เหมาะสำหรับทานเป็นของว่างเรียกน้ำย่อย จากนั้นก็ลองสั่งยำพาสต้าฟูชิลลี่สามสี (99 บาท) เป็นเมนูฟิวชั่นที่นำเอาเส้นพาสต้าแบบเกลียวมายำแบบไทย รสชาติจะเปรี้ยวนำตามด้วยเผ็ดจัดซึ่งก็ถือว่าเป็นเมนูที่น่าสนใจนะครับ แต่ด้วยรสชาติที่จัดจ้านไปนิดจึงไม่เหมาะกับการทานร่วมกับสเต๊กแต่เหมาะสำหรับที่จะสั่งทานเป็นจานเดี่ยวสำหรับคนที่อยากทานอาหารฟิวชั่นแบบไทยๆ มากกว่า และที่ขาดไม่ได้ก็คือเครื่องดื่มซึ่งผมชื่นชอบน้ำแคนตาลูปนมสดปั่นของที่นี่มานานแล้วซึ่งรสชาติในปัจจุบันก็ยังอร่อยได้มาตรฐาน แม้ว่าราคาจะขยับไปที่ 59 บาทแล้ว แต่ก็ถือว่ายังไม่สูงจนเกินไปครับ ขอแนะนำให้ลองสั่งมาทานดู

โดยสรุปแล้วการปรับปรุงร้านนุติรอบล่าสุดจะเห็นได้ว่ามีการพัฒนาเมนูหลายรายการให้ดูน่าสนใจขึ้น ในขณะที่ราคาอาหารบางเมนูก็มีการปรับตัวขึ้นไปพอสมควรตามยุคสมัย ซึ่งหากประเมินภาพโดยรวมแล้วผมคิดว่าร้านนุติกำลังจะเปลี่ยนกลุ่มเป้าหมายจากกลุ่มเดิมไปยังกลุ่มที่มีกำลังซื้อสูงขึ้น ซึ่งก็ถือว่าเป็นการพัฒนาการที่น่าสนใจครับ แต่ลึกๆ แล้วผมก็ยังคิดถึงสเต๊กนุติที่ราคาไม่แพงแบบเดิมอยู่ ซึ่งด้วยราคาในปัจจุบันผมก็ยังคงขอสมัครใจเป็นลูกค้าของนุติอยู่นะครับ เพียงแต่ความถี่ในการรับประทานอาจจะลดลงจากเดิมพอสมควร คงจะเลือกทานเฉพาะในช่วงเวลาพิเศษๆหน่อย ไม่บ่อยเหมือนเก่า เว้นแต่เงินเดือนผมจะขยับเป็นสองเท่าจากในปัจจุบันก็คงจะทานได้บ่อยขึ้น…(แต่ปลายเดือนแบบนี้ คงต้องกลับไปทานมาม่าอีกสักสองสามมื้อแล้ว..)

จุดเด่น ร้านสเต๊กพริกไทยดำที่รักษาความนิยมไว้ได้นานกว่า 9 ปี มีการพัฒนาปรับปรุงพัฒนาร้านให้น่าสนใจอยู่เสมอ ปัจจุบันนำเสนออาหารในรูปแบบฟิวชั่น พนักงานเอาใจใส่บริการดี
จุดด้อย ราคาสูงขึ้นจากเดิมจนน่าตกใจ จากร้านราคาถูกจนราคาสูงเกินหน้าคู่แข่งไปแล้ว ซึ่งจริงๆ ก็ยังไม่ถึอว่าแพง ถ้าไม่เอาไปเทียบกับราคาเดิม…
ราคาเฉลี่ยต่อหัว 150 – 400 บาท
พิกัดอร่อย มีสามสาขา (แต่ไม่ห่างกันมาก) คือ สาขาเมืองทอง(เดิม) อยู่ใกล้กับคิวรถตู้ ฝั่งตรงข้าม TOPS SUPERMARKET และ AUA สาขาสองอยู่ตรงข้ามกรมที่ดิน ใกล้ๆ กับร้านนิตยาไก่ย่างและ มสธ. สาขาล่าสุดอยู่ในซอยสามัคคี เข้าไปทางข้างบิ๊กซีเอกซ์ตราหรือคาร์ฟูร์แจ้งวัฒนะเดิม

 คะแนนรีวิว

By wolfmaxtor | Posted in ออกล่าอาหาร | Post a comment or leave a trackback: Trackback URL.

Tagged: , , ,